ท่องเที่ยวนครนายก

9ที่เที่ยวนครนายก ฤดูไหนก็เที่ยวได้ไม่มีเบื่อ

คำขวัญ ประจำจังหวัดนครนายก
"เมืองในฝันที่ใกล้กรุง ภูเขางาม น้ำตกสวย รวยธรรมชาติปราศจากมลพิษ”
นครนายก เป็นจังหวัดในภาคกลางสันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองสมัยทวาราวดีมีหลักฐานแนวกำแพงเนินดินและสันคูอยู่ที่ตำบลดงละครแต่นครนายกนั้นปรากฏหลักฐานในสมัยอยุธยาเป็นเมืองหน้าด่านทางทิศตะวันออกในสมัยพระเจ้าอู่ทองในปี พ.ศ.2437 ต่อมา รัชกาลที่5ทรงจัดลักษณะการปกครองโดยแบ่งเป็น มณฑลนครนายกได้เข้าไปอยู่ในเขตมณฑลปราจีนบุรีจนเมื่อพ.ศ.2445ทรงเลิกธรรมเนียมการมีเจ้าครองเมือง และให้มีตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นแทนและในช่วงพ.ศ.2486-2489นครนายกได้ โอนไปรวมกับจังหวัดปราจีนบุรีและสระบุรีหลังจากนั้นจึงแยกเป็นจังหวัดอิสระ



1. เขื่อนขุนด่านปราการชล แลนด์มาร์คที่ต้องมาเยือนเมื่อเที่ยวนครนายก ที่นี่มีบรรยากาศที่ดี โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติสีเขียวที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก เมื่อเข้าไปในพื้นที่
“เขื่อนขุนด่านปราการชล” คุณจะได้สัมผัสธรรมชาติสีเขียวที่อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธิ์ มีลมธรรมชาติพัดเบาๆ เย็นสบายตลอดทั้งวัน เหมาะกับการไปเที่ยวพักผ่อนกับธรรมชาติสุดๆ และที่นี่ยังได้รับฉายาจากนักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางมาเยือนว่าเป็น“สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” อีกด้วย  หากใครอยากจะมาเล่นน้ำที่นี่แนะนำให้มาในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือเทศกาลต่างๆ หรือในช่วงที่มีฝนตกเขื่อนจะปล่อยน้ำออกมาให้ประชาชนได้เล่นกันอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว

กิจกรรม ในเขื่อนขุนด่านปราการชล
1. ล่องแก่ง กิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ที่พลาดไม่ได้เลย คือ กิจกรรมล่องแก่งในแม่น้ำนครนายก นิยมใช้เรือแคนูและเรือยางในการเล่น โดยจุดเริ่มต้นของการล่องแก่งแม่น้ำนครนายกจะอยู่บริเวณเชิงสะพานด่านหลังเขื่อนขนด่านปราการชล โดยจะมีระดับความยากและง่ายตามความแรงของระดับน้ำและเส้นทางเลาะเลี้ยว สร้างความสนุก สุดมันส์ ที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัย โดยระยะทางในการล่องแก่งแต่ละช่วง 2-7 กิโลเมตรใช้เวลาในการล่อง 1-2 ชั่วโมง เรียกได้ว่ากิจกรรมที่สนุกมากๆ เลยค่ะ
2. ล่องเรือชมเขื่อน ใครที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติชมวิวสวยๆ ของ เขื่อนขุนด่านปราการชล แนะนำให้มาล่องเรือกันค่ะ ที่นี่จะมีเรือหางยาวลำใหญ่ให้เช่า มีค่าบริการลำละ 1,500 บาท จะแชร์กับแก็งค์เพื่อนหรือรวมกลุ่มกับกลุ่มอื่นก็ได้เลย แต่จำนวนจะต้องไม่แน่นเกิน 8-10 คน โดยการล่องเรือชมเขื่อนก็จะแวะให้เที่ยวชมน้ำตก 3 จุด



2. หนึ่งในตำนานวัดองคอหวยเสี่ยงโชค วัดพราหมณี [พฺราม-มะ-นี] หรือ วัดหลวงพ่อปากแดง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2439 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2446 วัดยังเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถานกองพลทหารญี่ปุ่นที่ 37 สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา พ.ศ. 2482–2488 สมาคมทหารสหายสงครามกองพลญี่ปุ่นที่ 37 ได้สร้างอนุสรณ์สถานขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2535 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงดวงวิญญาณของทหารจำนวน 7,920 นาย และนำอิฐที่ฝังอยู่ในบริเวณวัดมาบรรจุในแท่นที่จัดขึ้น

การสักการะหลวงพ่อปากแดง นอกจากธูปเทียนดอกไม้จะมีกล้วยหนึ่งหวี หมากพลูหนึ่งชุด น้ำแดงแบบน้ำอัดลมอีกหนึ่งขวด ยี่ห้อไหนก็ได้ถึงแม้จะไม่ใช่มาขอหวยขอเลขก็สามารถเข้าไปกราบไหว้พระพุทธรูปซึ่งได้รับความเชื่อความศรัทธาว่ามีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมากเพื่อความเป็นสิริมงคลกันได้ค่ะ
: ทางเข้าวัดอยู่ติดกับตลาดโรงเกลือ นครนายก



3. น้ำตกช่องลม น้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาช่องลม สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครนายก ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่กำลังได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน โดดเด่นด้วยทิวเขาของธรรมชาติ สลับกับลำธารที่ไหลผ่านระหว่างซอกเขาและแนวก้องหินน้อยใหญ่ ที่แห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติสีเขียว กรีนๆ สุดๆ ซึ่งถ้าใครโชคดีจะได้พบกับฝูงผีเสื้อที่บินอยู่รอบๆ บริเวณ สำหรับการเดินทางไปยังเขาช่องลมนั้นจะต้องนั่งเรือเข้าไปใช้เวลาประมาน 15 – 20 นาที และสามารถติดต่อเรือได้ที่ทางเข้าแนวสันเขื่อน การเดินทางอาจจะดูลำบากเล็กน้อยแต่เมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่ได้และภาพสวยๆบอกเลยว่าคุ้มค่ามากๆเลยค่ะ

เส้นทางล่องเรือจะแวะเที่ยวทั้งหมด 3 จุดนะคะ คือ น้ำตกผางามงอน น้ำตกคลองครามและน้ำตกช่องลมซึ่งเป็นจุดไฮไลท์ค่ะ
ความพิเศษของเขาช่องลม จะอยู่ที่ ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน ฤดูฝน หรือฤดูหนาว เขาช่องลมจะมีความสวยงามแตกต่างกันไป ถ้าอยากให้เรือเข้าไปใกล้น้ำตกเขาช่องลม แนะนำว่าควรไปช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือไม่ก็เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวค่ะจะเป็นช่วงที่น้ำขึ้นสูง ทุ่นระยะทางเดินไปได้เยอะ
การเดินทางไปเขาช่องลม ต้องนั่งเรือเข้าไปด้านใน จุดบริการเรือ รอบแรก 07:00 และรอบสุดท้าย 16:00 น.
ค่าเรือเหมา 1,500 บาท / ไม่เกิน 7 คนค่ะ ถ้า 8 คนขึ้นไป หรือไปแบบจอยทริปคนละ 200 บาทแต่ต้องรอให้คนครบเรือจึงจะออก

สามารถโทรจองเรือก่อนได้ที่โทร. 089-493-1200


4. พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ หรือ สวนพุทธชยันตี
ตั้งอยู่ที่ ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยพระพุทธรูป โดยจะมี พระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาติโมกข์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่เด่นเป็นสง่าหน้าตัก 9 เมตร สูง 13 เมตร และมีพระพุทธรูปอีก 1,250 องค์ ล้อมรอบ ขนาดหน้าตัก 90 เซนติเมตร รวมทั้งรูปปั้นพระอสีติมหาสาวกจำนวน 80 รูป ที่แสดงถึงเหตุการณ์สำคัญ นั่นก็คือ วันมาฆบูชา สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2555 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในโอกาสครบ 2,600 ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เป็นสวนธรรมจำลองเหตุการณ์ครั้งสำคัญทางพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เรียกว่าจาตุรงคสันนิบาตที่มีปัจจัยสำคัญ 4 ประการเกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ดังนี้

1. พระภิกษุสงฆ์จำนวน 1,250 รูปมาชุมนุมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
2. พระภิกษุสงฆ์เหล่านั้นเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา หมายถึงได้รับการบวชจากพระพุทธเจ้าโดยตรง
3. พระภิกษุสงฆ์เหล่านั้นล้วนเป็นพระอรหันต์
4. ในวันนั้นเป็นวันเพ็ญที่พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ ซึ่งก็คือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3

โดยในเหตุการณ์ดังกล่าวพระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาที่เรียกว่าโอวาทปาติโมกข์ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร แคว้นมคธ ประเทศอินเดีย หลักจากที่ตรัสรู้มาแล้ว 9 เดือน เป็นที่มาของวันมาฆบูชาที่พุทธศาสนิกชนจะรำลึกถึงในทุกๆ ปี โดยวันมาฆบูชาจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 แต่ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาสซึ่งมีเดือน 8 สองครั้ง วันมาฆบูชาจะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือเดือนมีนาคมของทุกปี ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครนายกที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงวันสำคัญทางพุทธศาสนาที่จะมีการจัดกิจกรรม เช่น การเวียนเทียน และการปฏิบัติธรรม
เวลาทำการเปิด-ปิด
-เปิดทุกวัน 06:00 น. – 18:00 น.


5. ซุ้มต้นไผ่นครนายก จุดเช็คอิน ถ่ายรูปสวย Feel like Japan เหมือนได้ไปเช็คอินที่เที่ยวที่ญี่ปุ่นเลยทีเดียวค่ะ กับ อุโมงค์ป่าไผ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดจุฬาภรณ์วนาราม ในตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา อุโมงค์แห่งนี้เป็นซุ้มต้นไผ่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีลักษณะเป็นต้นไผ่สูงเรียงรายขนาบสองข้างทางเดิน และปลายต้นโน้มเอียงเข้าหากันจนกลายเป็นอุโมงค์ต้นไผ่ที่มีความยาวหลายร้อยเมตร มีความร่มรื่นสวยงาม และยังมีบรรยากาศคล้ายกับป่าไผ่อาราชิยาม่าที่ญี่ปุ่น ที่นี่จึงเป็นจุดถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งของนครนายก นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นชมความสวยงามของอุโมงค์ป่าไผ่ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก แวะทำบุญไหว้พระ และเดินเที่ยวชมตลาดภายในวัดจุฬาภรณ์วนาราม

กิจกรรมแนะนำ : ไหว้พระ, ถ่ายรูป, เดินตลาด
เวลาทำการเปิด-ปิด
- เปิดทุกวัน 07:00 น. – 18:00 น.




6. อุทยานวังตะไคร้ เป็นน้ำตกที่นับว่ามีความงดงามตามธรรมชาติเป็นอย่างมากค่ะ มีธารน้ำที่ไหลมารวมกันเป็นวังน้ำกว้างผ่านโขดหินต่างๆ โดยเกิดจากการรวมตัวของ 2 ลำธาร คือ คลองมะเดื่อ ที่มาจากน้ำตกเหวกระถิน กับ คลองตะเคียน ที่มาจากน้ำตกแม่ปล้อง ซึ่งทั้ง 2 ลำธาร นั้นไหลลงบรรจบกันที่ วังตะไคร้นั้นเองค่ะ และยังอยู่ใกล้กับเขื่อนขุนด่านปราการชล -มีบ้านพัก และร้านอาหาร บริการกระจายทั่วพื้นที่ นักท่องเที่ยวเดินเท้าคนละ 20 บาท รถทุกประเภท คันละ 150 บาท มีน้ำให้เล่นตลอดทั้งปี ไปแค่ตัวและหัวใจ ก็สามารถผ่อนคลายได้แล้ว

กิจกรรมยอดฮิตของวังตะไคร้
1. การล่องแก่งแพยาง สามารถเล่นตั้งแต่ต้นน้ำตก ล่องยาวมาจนถึงทางออกแม่น้ำ ที่วังตะไคร้จะเล่นได้สนุกมากกว่าที่อื่น ในช่วงน้ำหลากเพราะมีลักษณะคดเคี้ยวประมาณ 7 กิโลเมตร จึงท้าทาทายนักล่องแก่งเป็นอย่างมากมีค่าบริการห่วงยาง 50 บาทเท่านั้น และ ค่าบริการแพยางลำละ 1,500 บาทสำหรับ 8-10ท่าน โดย มีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว คอยเฝ้าดูระดับน้ำ พร้อมระบบเตือนภัย
2.เหินฟ้าท้าสายน้ำ เป็นการลอยตัวบนหอคอยที่สูงจากระดับพื้นดิน 12 เมตร ข้ามฝั่งลำน้ำไปอีกฟากหนึ่ง โดยมีค่าบริการแค่เพียง 50 บาท เท่านั้น และเล่นได้ถึง 2 ครั้งอีกด้วยค่ะ

เวลาทำการเปิด-ปิด
เปิดทุกวัน 08:00 น. – 17:00 น.
สอบถามเพิ่มเติม โทร: 08-1989-0365



7. ภูกะเหรี่ยง ขอแนะนำอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ทุกคนมาเปิดประสบการณ์ใช้ชีวิตเรียบง่ายสไตล์ท้องถิ่น ที่ “ศูนย์การเรียนรู้ ภูกะเหรี่ยง” ตั้งอยู่ในตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแบบฉบับของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ เน้นการทำสวน ทำนาและเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิด เปลี่ยนที่ดินของครอบครัวให้กลายเป็นสถานที่เที่ยวเชิงเกษตรกรรมที่สามารถหล่อเลี้ยงชุมชนได้อย่างยั่งยืน ยังได้เรียนรู้ภาพของวิธีการทำเกษตรผสมผสานและการใช้ชีวิตพอเพียงอย่างชัดเจนที่สุด

จุดแลนด์มาร์กสำคัญของศูนย์การเรียนรู้ ภูกะเหรี่ยง คือ “สะพานไม้ไผ่พราวภูฟ้า” ที่ทอดยาวไปกลางทุ่งนาอันเขียวขจี ตลอดทางเดินจะมีกระท่อมและแคร่ไม้ไผ่ให้นักท่องเที่ยวพักเป็นจุด ๆ และสามารถเก็บภาพสวย ๆ กลางท้องทุ่งได้ ปัจจุบัน มีการปรับปรุงเป็นสะพานโครงเหล็กพื้นไม้ให้มีความแข็งแรงและทนทานมากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกคนที่แวะเวียนมา นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศแบบบ้านทุ่ง ถ่ายภาพสวยๆกับกับสะพานไม้แล้วยังได้เรียนรู้ภาพของวิธีการทำเกษตรผสมผสานและการใช้ชีวิตพอเพียงอย่างชัดเจนที่สุด
เวลาทำการเปิด-ปิด
เปิดบริการทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. โดยคิดค่าเข้าชมคนละ 50 บาท และจะได้รับเป็นคูปองหรือเหรียญโบราณ สามารถนำไปแลกเป็นค่าเครื่องดื่มได้



8. อ่างเก็บน้ำวังบอน ตั้งอยู่ที่ หมู่ 7 บ้านวังบอน ต.นาหินลาด อ.ปางพลี จ.นครนายกใช้เวลา 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ (ประมาณ 140 ก.ม.) เส้นทางนี้ไม่มีรถประจำทางผ่าน ต้องขับรถมาเท่านั้น เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการมาพักผ่อน กางเต็นท์นอนดูวิวทะเลสาบ ชิลกับการพายเรือคายัค

ส่วนไฮไลท์ที่เหล่านักท่องเที่ยวห้ามพลาด คือการพายเรือไปชมน้ำตกแบบใกล้ชิด กระโดดน้ำเล่นให้ชุ่มฉ่ำใจ สำหรับใครที่อยากชิลอยู่บนฝั่งก็มีกิจกรรมตกปลา มีจักรยานให้เช่าปั่นชม ช่วงกลางคืนบริเวณนี้ก็สามารถมานั่งเล่น ดูดาวเก็บบรรยากาศกันได้ค่ะ
เวลาทำการเปิด-ปิด
อุทยานจะเปิดเวลา 6:00 - 18:00 น.
ไม่เสียค่าเข้า
กิจกรรม :
• กางเต็นท์ริมน้ำ : ค่ากางเต็นท์ (มีเต็นท์มาเอง) หลังละ 50 บาท หรือ เช่าเต็นท์พร้อมเครื่องนอน หลังละ 350 บาท (นอนได้ 2-3 คน) มีร้านอาหารและห้องน้ำบริการ
• พายเรือคายัค : คนละ 50 บาท
• วิ่ง , ปั่นจักรยาน , เล่นน้ำ , ตกปลา



9. วัดมณีวงศ์ แลนด์มาร์คใหม่ของจ. นครนายก เป็นวัดเก่าแก่ที่พุทธศาสนิกชนเลื่อมใสศรัทธามากๆวัดนึง โดดเด่นด้วยความมีชื่อเสียงของถ้ำพญานาค ความงดงาม​ตระการตาเหมือนหลุดเข้าไปในเมืองบาดาล ​มีรูปปั้นองค์พญานาคมอ่อนช้อยงดงาม นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพุทธศิลป์ที่สวยงาม ควรค่าแก่การมาเยี่ยมชม สถานที่ตั้งอยู่ที่ตำบลดงละคร อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2497  เดิมเป็นวัดราษฎร์ มีชื่อเดิมว่า วัดหนองกระพ้อ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2438 มีพระครูสังฆรักษ์ สุขุม เป็นพระภิกษุรูปแรกที่มาจำพรรษาและเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ต่อมา พ.ศ. 2485 พระครูสังฆรักษ์ สุขุม ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูวิสิษฎ์สังฆการี และเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ว่า วัดมณีวงศ์ เป็นวัดที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นแหล่งศึกษาธรรมะและปฏิบัติธรรมของประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงาม  มีแต่ความร่มรื่น สงบร่มเย็น มีหลวงพ่อพระปางป่าเลไลย์ และหลวงพ่อสิวะลี ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชาหลั่งไหลมากราบไหว้ขอพรกัน และทุกคนก็จะประสบกับความสำเร็จและครอบครัวก็จะประสบแต่ความสุขความเจริญตลอดไป

เวลาทำการเปิด-ปิด

เปิดให้เข้าไหว้พระทุกวัน 08.00 น. – 17.00 น.

โทร : 088 942 5594

Visitors: 113,952